4 ปัจจัยที่เว็บไซต์ควรมี หากอยากเปลี่ยนให้ผู้ชมทั่วไปให้กลายมาเป็นลูกค้า

ipad-820272_1280

1 ความเร็วของเว็บไซต์

     ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัจจัยในการจัดอันดับอัลกอลิธึมของกูเกิ้ลเท่านั้น แต่ความเร็วในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์ของคุณยังเป็นปัจจัยแรก ๆ ของลูกค้าที่จะตัดสินว่าเขาจะอยู่กับเราต่อหรือตัดสินใจเปลี่ยนไปเข้าเว็บไซต์อื่นแทน เร็ว ๆ นี้มีรายงานจากกูเกิ้ลบอกว่า 53
% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน จะกดออกจากหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ ทันทีหากใช้เวลาดาวน์โหลดเกิน 3 วินาที เพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องรอคอย ในเมื่อมีเว็บไซต์ขายของ หรือเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์ดี ๆ อีกเพียบที่ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดหน้าเว็บนาน

     เพราะฉะนั้นหากยังไม่มั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณจะตอบโจทย์ในเรื่องนี้หรือเปล่า แนะนำให้ไปเช็คกันดูได้ที่ PageSpeedTool ของกูเกิ้ล ไม่แน่ว่าการที่ทราฟฟิคของเว็บไซต์ไม่ดีนัก อาจจะมาจากเหตุผลนี้ก็ได้ค่ะ

2 มี Landing Page ที่ดี

     Landing Page คือหน้าเว็บเพจที่จะปรากฏขึ้นหลังจากคลิกโฆษณา หลังจากผ่านเรื่อง Site Speed หรือความเร็วของเว็บไซต์ไปแล้ว ด่านต่อมาที่ลูกค้าจะตัดสินว่าจะอยู่กับเราต่อหรือไม่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า แลนด์ดิ้งเพจของเราสามารถอธิบายตัวตนความเป็น ‘เรา’ ออกไปได้ครบถ้วนหรือเปล่า ถ้าคุณมีข้อความโฆษณาที่ไมได้สอดคล้องกับตัวผลิตภัณฑ์เลย ก็เป็นไปได้ว่าผู้ชมจะตัดสินใจออกจากเว็บไซต์ไปในทันที

     จำเอาไว้ว่าคุณมีเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้พวกเขา เพราะฉะนั้นอย่าไปเสียเวลากับการโฆษณาที่ไม่สร้างสรรค์ ดูแล้วไม่เข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร

3 สร้างปุ่ม Call to Action ที่ดึงดูดสายตา

     Call to Action หรือ CTA คือปุ่มบนเว็บไซต์ แบนเนอร์ หรือป้ายโฆษณาต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้งาน ที่เมื่อพวกเขากดปุ่มเหล่านั้นแล้วจะพาไปสู่อีกหน้าเว็บไซต์นึงทันที ซึ่งนอกจากจะเพิ่มยอดการเข้าถึงแล้ว ปุ่มพวกนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถไปถึงหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้ทันทีนั่นเองค่ะ

     สำหรับเว็บไซต์หนึ่งเว็บ ปุ่ม CTA ปุ่มเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ถ้าพวกเขาทำเพียงไล่สายตาเพื่ออ่านข้อมูลเพียงผ่าน ๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขากำลังจะพลาดใจความสำคัญที่เรากำลังจะสื่อออกไป ทางที่ดีคุณอาจจะต้องใส่ CTA ไว้หลายจุดบนเว็บไซต์ และต้องมีการออกแบบที่สวยงาม รูปทรงสีสนดึงดูดสายตา และมีการเลือกใช้ข้อความที่เหมาะสม การใช้คำพื้น ๆ อย่าง “Submit here” หรือ “Sign up now” คงดูธรรมดาไปซักหน่อย ลองใส่ลูกเล่นเข้าไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา หรือทดลองใช้ฟรี จะช่วยเพิ่มยอดเข้าถึงได้มากทีเดียวค่ะ ตัวอย่างเช่น “Start Your Free Trial Now”, “Your 15% Promotion is Waiting” หรือ “Get Tips to Increase Your Sales” ดูน่าสนใจกว่าใช่มั้ยล่ะคะ? จากนั้นก็ทดสอบการใช้งานและวัด เพื่อผลลัพธ์ที่ได้เพื่อนำไปแก้ไขทีละเล็กทีละน้อยได้เลยค่ะ

4 เนื้อหาคุณภาพ

     แบรนด์ส่วนใหญ่ในสมัยนี้มักมีการลงทุนไปกับการเขียนหาเนื้อหาเพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท แถมยังมีแนวโน้มว่าเนื้อหาและวีดีโอที่มีคุณภาพดีไม่เพียงแต่จะรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ แต่ยังช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาหาเราได้อีกด้วย เนื้อเรื่องที่น่าติดตามของแบรนด์เป็นอาวุธในการกระตุ้นยอดขายที่แข็งแรงที่สุด หากคุณสามารถสร้างเรื่องราวที่น่าติดตามและทำให้แบรนด์คุณมีชีวิตขึ้นมา และลูกค้าสามารถเข้าใจถึงความมีคุณค่าและน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้ นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงที่พวกเขาจะกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณอีกครั้งทั้งในฐานะผู้ชมและลูกค้า

     เว็บไซต์ของคุณคือรากฐานที่สำคัญในการสร้างกลยุทธ์การขาย การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนเว็บไซต์สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ชนิดที่เรียกว่าพลิกฝ่ามือไปได้ทีเดียว ยกตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ กับ Deluxe.com เว็บไซต์ค้าปลีกชุดเจ้าสาวขนาดกลาง ที่หลังจากอัพเดทเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% คราวนี้เชื่อแล้วรึยังคะว่าการออกแบบอย่างถูกวิธีนั้นทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถยกระดับการขายได้จริง ๆ

ที่มา : entrepreneur

Recommended Posts